สารจากคณะกรรมการบริษัท


นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช
(ประธานกรรมการ)

ปี 2559 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องด้วยผลกระทบจากโครงการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตสำหรับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกตามนโยบายของรัฐบาลในอดีต ภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ ปี 2559 มียอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งสิ้น 768,788 คัน ลดลงร้อยละ 3.86 เมื่อเทียบกับปี 2558 และมียอดการผลิตรถยนต์รวม 1.94 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.64 จากปี 2558 โดยยอดการผลิตรถกระบะ 1 ตันรวมรถกระบะดัดแปลง 1.1 ล้านคัน ลดลงร้อยละ 1.17 เมื่อเทียบกับปี 2558

ผลการดำเนินงานของบริษัท

ในปี 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดรายได้จากการขาย 3,707.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.4 เมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจดังกล่าว และการสิ้นสุดโครงการส่งออกชิ้นส่วนไปประเทศบราซิล

ต้นทุนขายและกำไรสุทธิ

ปี 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีต้นทุนขาย 3,192.8 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จาก การขายสูงขึ้นร้อยละ 2.54 เมื่อเทียบกับปี 2558 เนื่องจากรายได้จากการขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากปัญหา ผนังเตาหลอมสึกหรอผิดปกติ เครื่องฉีดอลูมิเนียมเสีย ในช่วงไตรมาส 2-3

เหตุการณ์สำคัญ

กรกฎาคม 2559 บริษัทได้เริ่มผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 5 เมกะวัตต์ อย่างเต็มรูปแบบ สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้ราว 20-25 ล้านบาทต่อปี

สิงหาคม 2559 บริษัทฯ และบริษัทย่อยรวม 4 บริษัท ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ระดับประเทศ จากกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

ตุลาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติรับทราบการลาออกจากความเป็นกรรมการบริษัท ของนายกุญชร เรามานะชัย และมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายธิเบต รุ่งโรจน์กิติยศ เป็นกรรมการบริษัทแทน

ตุลาคม 2559 บริษัทฯ ได้รับทราบผลประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2559 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2016) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับดีมาก (4 โลโก้)

พฤศจิกายน 2559 บริษัทฯ ได้รับการประกาศให้อยู่ในรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่ม “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment 2016 (THSI) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พฤศจิกายน 2559 บริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยนางวรรณา เรามานะชัย ได้ขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่ นายธิเบต รุ่งโรจน์กิติยศ (บุตร) จำนวน 230 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 15.08 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงหักด้วยหุ้นซื้อคืน

โครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำคัญ

บริษัทฯ ดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจไปในกลุ่มชิ้นส่วนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจให้ผลิตชิ้นส่วนในโครงการต่างๆ ซึ่งเริ่มการส่งมอบในปี 2559 ได้แก่

  • โครงการผลิตชิ้นส่วน Pressure Plate มูลค่าโครงการกว่า 90 ล้านบาท สำหรับลูกค้าผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือ Passenger Car จากค่ายรถญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาส 2
  • โครงการผลิตชิ้นส่วน Duct EGR และ Bracket Converter มูลค่าโครงการกว่า 12 ล้านบาท สำหรับลูกค้าผู้ผลิตและจำหน่ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือ Big Truck จากค่ายรถญี่ปุ่นในช่วงไตรมาส 4
  • โครงการผลิตชิ้นส่วน Crank Case มูลค่าโครงการกว่า 200 ล้านบาท สำหรับลูกค้าผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ Big Bike ในช่วงไตรมาส 4

ความรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน โดยดำเนินกิจกรรมต่างๆ คำนึงถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และยึดมั่นการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน รวมทั้งการเข้าร่วมประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการคอร์รัปชั่น บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนใกล้เคียงให้มีคุณภาพดีขึ้นพร้อมๆ ไปกับการเติบโตของบริษัทฯ เป็นผลให้บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนำบริษัทฯ เข้าเป็นหนึ่งใน 51 รายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment หรือ THSI) ประจำปี 2559

ด้านสังคม ชุมชน และส่วนราชการ

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยในปี 2559 บริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุน กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่

  • บริษัทฯ มีส่วนในการสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 86
  • สนับสนุนโครงการพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมด้วยความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมาและวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ในโครงการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคี โดยใน ปีการศึกษา 2559 เป็นรุ่นแรก มีนักศึกษาเข้าเรียนรู้ฝึกงานในโครงการจำนวน 72 คน และจะสำเร็จการศึกษาในเดือนเมษายน 2560 นี้
  • สนับสนุนการพัฒนา และต่อยอดด้านการศึกษา โดยเปิดให้นักศึกษาเข้าศึกษาดูงานในสายการผลิต 5 รุ่น จำนวน 313 คน จาก 3 สถาบันการศึกษา
  • ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม รวมทั้งกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในเขตตำบลโคกกรวด จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมวันเด็ก กิจกรรมรดน้ำขอพรเทศกาลสงกรานต์ กิจกรรมปลูกป่า กิจกรรมคลองสวยน้ำใส และร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในโครงการธนาคารบุญถวายเทียนพรรษาแก่วัดในเขตตำบลโคกกรวด
  • ดำเนินโครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมอบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 30 เครื่อง ให้กับ 4 โรงเรียนในเขตจังหวัดนครราชสีมา
  • มอบทุนการศึกษาให้กับโครงการห้องสมุดอุตสาหกรรม ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาตลอดจนร่วมสนับสนุนชุดกีฬาให้แก่เยาวชนในนาม ทีมราชสีห์ เอฟซี
  • ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดสำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา และวิสาหกิจชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี สนับสนุนผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อแจกให้กับลูกค้าและพนักงานรวมจำนวน 16.5 ตัน
  • จัดพื้นที่ภายในบริษัทเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรชาวนาได้เข้ามาจำหน่ายข้าวสารให้พนักงาน
  • สนับสนุนกลุ่มผ้าไหมทอมือบ้านหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง ในการทอผ้าคลุมไหล่ และกลุ่มผ้าไหม อำเภอปักธงชัย ในผลิตภัณฑ์เนคไทจากผ้าไหม เพื่อเป็นของขวัญมอบให้กับลูกค้าในโอกาสต่าง ๆ

นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล
(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)

ด้านการดูแลพนักงาน

พนักงาน เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ และเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง บริษัทฯ ส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาตนเองไปสู่ความมั่นคงและความก้าวหน้า ให้เกิดศักยภาพในการพัฒนาอย่างมืออาชีพ อีกทั้งยังได้สนับสนุนให้พนักงานได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรม ผ่านแนวคิดองค์กรแห่งความสุข 8 ประการ หรือ Happy work place ภายใต้คำนิยาม Work Life Balance ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ในรูปแบบของคณะกรรมการ อีกทั้งยังให้พนักงานได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทอยู่อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนทีมฟุตบอลของพนักงานด้วยการส่งเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการ ”มิตรภาพคัพ” ซึ่งมีองค์กรชั้นนำในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมแข่งขันรวม 24 ทีม จนทีมฟุตบอลตัวแทนของบริษัทฯ ได้รับรางวัลชนะเลิศ

ด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในแต่ละวันบริษัทฯ ใช้กระแสไฟฟ้าในกระบวนการผลิตมากกว่า 80,000 KWh. มีการดำเนินกิจกรรมลดการใช้ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 นี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 5 MWdc. เพื่อใช้ภายใน บริษัท พี.ซี.เอส. พรีซิชั่น เวิร์ค จำกัด จำนวน 8 อาคาร คิดเป็นพื้นที่มากกว่า 29,000 ตารางเมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 21,000 KWh. ต่อวัน เริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 คาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าปีละ 20-25 ล้านบาทและบริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งภาครัฐและเอกชนได้เข้ามาดูงานโครงการ โดยในปี 2559 มีผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการจำนวน 10 คณะ รวม 152 คน

บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจการของบริษัทฯในด้านต่างๆ จนประสบความสำเร็จด้วยดีเสมอมา บริษัทจะมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างโปร่งใส ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ยังประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอต่อไป

การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน

บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 5,191.2 ล้านบาท ลดลง 177.9 ล้านบาท จากยอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 188.4 ล้านบาท จาก สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 366.4 ล้านบาท จากการคิดค่าเสื่อมราคา

หนี้สินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 309.1 ล้านบาท ลดลง187.1 ล้านบาท จากยอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการซื้อวัตถุดิบและเครื่องจักรลดลง

ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 จำนวน 4,884.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2 ล้านบาท จากยอด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ทั้งสิ้น 1,062.0 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 878.0 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนในโครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนบำรุงรักษาและปรับปรุงกำลังการผลิตทั้งสิ้น 203.5 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมการจัดหาเงินจำนวนทั้งสิ้น 366.0 ล้านบาท โดยใช้ไปในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น

แนวโน้มธุรกิจยานยนต์ปี 2560

เงื่อนไขการถือครองรถยนต์อย่างน้อย 5 ปี สำหรับผู้ร่วมโครงการลดหย่อนภาษีสรรพสามิตในการซื้อรถยนต์คันแรก ตามนโยบายของรัฐบาลในอดีต เริ่มทยอยครบกำหนดในราวไตรมาส 4 ปี 2559 คาดว่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศเริ่มมีทิศทางการปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ในปี 2560 ดังที่กลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศเป้าหมายการผลิตรถยนต์ทุกประเภทในปี 2560 ไว้ที่ 2.0 ล้านคัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.86 เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 800,000 คัน คิดเป็นร้อยละ 40 ของยอดการผลิตรวม และผลิตเพื่อการส่งออก 1.2 ล้านค้น คิดเป็นร้อยละ 60 ของยอดการผลิตรวม

ทิศทางบริษัทฯ ปี 2560

บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การรักษาตลาดการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนสำหรับกระบะ 1 ตัน ต่อไป รวมทั้งการขยายธุรกิจไปสู่การผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ใช่รถกระบะ 1 ตัน (Non 1-Ton Pickup) ได้แก่ รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) รถบรรทุกขนาดใหญ่ (Big Truck) รถยนต์นั่ง (Passenger Car) รวมไปถึงการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ใช่ยานยนต์ เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร (Agricultural Machinery) และ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance) เป็นต้น เพื่อขยายฐานธุรกิจให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในปี 2560 นี้ บริษัทฯ และบริษัทย่อย ยังให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสไปในตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นการส่งออกชิ้นส่วนไปต่างประเทศโดยตรงหรือ การลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสม ทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างการเจริญเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อยอย่างมั่นคงและยั่งยืนเป็น “บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ที่ลูกค้าเลือกด้วยคุณภาพระดับโลก” เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายต่อไป

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช

(ประธานกรรมการ)

นายประสงค์ อดุลยรัตนนุกุล

(ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร)